Supawan green Forum Index
 FAQFAQ  SearchSearch  MemberlistMemberlist   UsergroupsUsergroups  RegisterRegister   ProfileProfile   Log inLog in 

Log in to check your private messagesLog in to check your private messages
Home
สมาชิกสภาผู้แทนของอังกฤษหลอกใช้เงินของประชาชน

 
Post new topic   Reply to topic    Supawan green Forum Index -> จาก อ.ศุภวรรณ ถึงผู้อ่าน(Thai version)
View previous topic :: View next topic  
Author Message
supawan



Joined: 15 Dec 2005
Posts: 3482

PostPosted: Sat May 16, 2009 8:58 pm    Post subject: สมาชิกสภาผู้แทนของอังกฤษหลอกใช้เงินของประชาชน Reply with quote


จิตใจของมนุษย์เป็นตัวแปรสำคัญที่สร้างระบบที่ดีหรือไม่ดีให้แก่สังคม แม้มีระบบดี แต่หากคนที่เข้ามาทำงานในระบบเป็นคนที่ไม่มีศีลธรรม คนทุศีลเหล่านั้นก็สามารถหาทางฉ้อฉลระบบที่ดีเหล่านั้นจนได้ดังที่ได้เกิดกับรัฐสภาของอังกฤษในขณะนี้
คนภายนอกมักมองว่าอังกฤษมีระบอบประชาธิปไตยเต็มใบ คงจะมีแต่คนดีๆเข้ามาในสภา แต่บัดนี้ ชาวอังกฤษล้วนตกใจเมื่อหนังสือพิมพ์เดลี่เทเลกราฟได้ตีพิมพ์เปิดเผยการฉ้อฉลของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของอังกฤษที่ได้นำเงินภาษีของประชาชนมาใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือยโดยผ่านระบบการเบิกเงินค่าใช้จ่ายอันเป็นระบบที่สภากำหนดให้แก่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ส.ส.ท่านใดที่มีบ้านห่างไกลจากบ้านดั้งเดิมของตนเอง และต้องเดินทางเข้ามาในกรุงลอนดอนเพื่อประชุมสภาแล้ว ส.ส.มีสิทธิ์ที่จะเช่าหรือซื้อบ้านอีกหลังหนึ่งได้เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ส.ส.ที่เข้ามาทำงานเพื่อราษฎร

แต่ไม่ว่าระบบจะถูกวางไว้อย่างดิบดีเพียงใด หากคนที่เข้ามาใช้ระบบยังมีกิเลสและยังอยู่ภายใต้เงื้อมมือของเจอรี่ฝ่ายดำแล้วละก็ คนที่ยังมีจิตใจหยาบย่อมหาหนทางทำลายระบบที่ดีนั้นจนได้เหมือนนักการเมืองชาวอังกฤษกำลังทำอยู่ในขณะนี้

แทนที่ส.ส.จะเบิกค่าใช้จ่ายเพื่อจ่ายค่าเช่าบ้านหรือค่าซื้อบ้านเท่านั้น ส.ส.ส่วนมากกลับใช้สิทธิพิเศษนี้อย่างเกินเลยโดยเบิกค่าใช้จ่ายสำหรับของใช้ส่วนตัว ตั้งแต่ค่าอาหารเล็กๆน้อยๆ ค่าตกแต่งบ้าน เฟอร์นิเจอร์ โทรทัศน์ สระว่ายน้ำ แม้กระทั่งอาหารเพื่อสุนัข จนถึงการเบิกเงินเพื่อซื้อซีดีภาพยนตร์อุจาด ซึ่งโดยหลักเหตุผลแล้ว ควรต้องเป็นเงินที่ควักจากเงินเดือนของตนเอง ไม่ควรต้องมาเบียดเบียนเงินภาษีของราษฎรที่ควรนำมาใช้เพื่อดูแลคนหมู่มาก
ในขณะที่รัฐบาลมักบ่นเรื่องไม่มีงบประมาณเพียงพอเพื่อใช้จ่ายด้านการศึกษา การรักษาพยาบาล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกลับเอาเงินของประชาชนมาใช้อย่างฟุ่มเฟือยเช่นนี้ ที่เลวร้ายกว่านั้นคือ ส.ส.บางคนเบิกเงินค่าเช่าบ้านหรือเงินซื้อบ้านที่ไม่ได้เช่า ไม่ได้ซื้อจริง ทำให้เงินภาษีของราษฎรต้องรั่วไหลไปเพื่อสิ่งฟุ่มเฟือยและการฉ้อฉลของส.ส.รวมแล้วคงไม่ต่ำกว่าหลักร้อยล้านปอนด์ ซึ่งเหตุการณ์นี้คงทำให้นักการเมืองไทยรู้สึกดีขึ้นมาหน่อยว่า นักการเมืองของประเทศที่มีประชาธิปไตยเต็มใบเช่นของอังกฤษก็เลวไม่น้อยหน้าประเทศที่มีประชาธิปไตยครึ่งใบเหมือนกัน

นี่เป็นเหตุการณ์ที่ทำให้ชาวอังกฤษทั้งประเทศโกรธเคืองล้วนลุกฮือขึ้นมาประณามสมาชิกสภาผู้แทนของเขา ซึ่งหากมองจากแง่มุมของชาวพุทธแล้ว ก็ไม่ใช่เป็นเรื่องที่แปลกใหม่แต่อย่างใด ไม่ว่าจะเป็นปัญหาอะไรในโลกนี้ ในที่สุดแล้วล้วนมาลงที่จิตใจของมนุษย์ทั้งสิ้น แม้คนที่ปฏิบัติธรรมก็ยังต้องต่อสู้กับพระยามารที่มาหลอกล่อจิตใจของเราให้ออกนอกลู่นอกทางอยู่เสมอ โดยเฉพาะเงินซึ่งเป็นสิ่งล่อใจตัวร้ายกาจของมนุษย์ในยุคนี้ที่ทำให้คนมีชื่อเสียงมากมายต้องเสียผู้เสียคนตั้งแต่นักการเมืองไปจนถึงพระสงฆ์องค์เจ้า ฉะนั้น จะเอาอะไรกับนักการเมืองที่ไม่เคยฝึกฝนทางด้านจิตใจมาก่อน เมื่อโดนกิเลสมารหลอกล่อเช่นนี้ ก็เสร็จน้ำมือของมารทั้งสิ้น พระพุทธเจ้าตรัสว่า จิตใจที่ไม่เคยฝึกฝนนั้นเชื่อถือไม่ได้ แม้คนที่อยากเป็นคนดี แต่หากไม่เคยฝึกฝนจิตใจให้ถูกต้องตามทำนองคลองธรรมโดยเฉพาะเรื่องวิปัสสนาแล้วไซร้ แม้อยากดีอย่างไร ก็ดีไม่ได้เต็มที่ เพราะพลังสนามแม่เหล็กระหว่างจิตกับใจ หรือ ทอมกับเจอรี่ยังมีความรุนแรงเกินไป พลังยึดมีมาก จึงทำให้ไม่สามารถเอาชนะกิเลสมารได้

ในทางตรงกันข้าม แม้มีระบบที่ไม่ดี เช่นระบบเผด็จการทางการเมือง แต่หากมีผู้นำที่มีศีลธรรมโดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นผู้นำที่มีปัญญารู้เรื่องการออกจากคุกชีวิตแล้ว แม้ระบบจะไม่ดี ฟังไม่เข้าท่าอย่างใด แต่คนดีมีศีลธรรมเพียงคนเดียวก็จะสามารถทำให้คนหมู่มากอยู่เย็นเป็นสุขภายใต้ระบบเผด็จการนั้นได้ ฉะนั้น อย่าคิดเลยว่า ระบบประชาธิปไตยเป็นระบบการเมืองที่ดีที่สุด มันเป็นเพียงระบบที่เลวน้อยกว่าระบบเผด็จการโดยคนเลวเท่านั้น ดีหน่อยตรงที่ว่า ยังมีสื่อที่คอยเป็นหูเป็นตาให้ประชาชน และเปิดเผยเหตุการณ์ที่ผิดศีลเหล่านี้ให้ประชาชนได้รับรู้

เมื่อ ๔๐-๕๐ ปีก่อน ท่านอาจารย์พุทธทาสจึงเน้นการอบรมผู้พิพากษาให้มีธรรมะ เพราะเป็นอาชีพที่ต้องซื่อตรงจริงๆ จึงจะเป็นที่พึ่งของประชาชนได้ มาบัดนี้ การอบรมธรรมในหมู่ผู้ที่มีอาชีพสำคัญเหล่านี้ไม่มีอีกแล้ว

ดิฉันมักพูดเสมอว่า อย่าไปหวังให้นักการเมืองสร้างสังคมที่ดีๆเพื่อเราจะได้อยู่เย็นเป็นสุขเลย ไม่มีอีกแล้ว เหตุการณ์เหล่านี้ล้วนมาย้ำยุคสมัยของมนุษย์ที่กำลังก้าวเข้าสู่มิคสัญญียุค ไม่มีใครสามารถพึ่งพาใครได้อีกแล้ว ทุกคนล้วนแล้วแต่ต้องพึ่งตัวเองให้พ้นทุกข์ทั้งสิ้น จึงขอให้คนมีบารมีทางธรรมทั้งหลายรีบมาจับรถไฟขบวนสุดท้ายเพื่อไปนิพพานกันเถิด
Back to top
View user's profile Send private message
Display posts from previous:   
Post new topic   Reply to topic    Supawan green Forum Index -> จาก อ.ศุภวรรณ ถึงผู้อ่าน(Thai version) All times are GMT + 7 Hours
Page 1 of 1

 
Jump to:  
You cannot post new topics in this forum
You cannot reply to topics in this forum
You cannot edit your posts in this forum
You cannot delete your posts in this forum
You cannot vote in polls in this forum
You cannot attach files in this forum
You cannot download files in this forum


Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group